ตลาดน้ำดอกแก้ว

งานกาชาดประจำปี ๒๕๕๖
    ฉลอง ๑๒๐ ปี สภากาชาดไทย
    รวมใจสร้างสุข เพื่อปวงชน

สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ร่วมกับ จังหวัดสมุทรปราการ และ เทศบาลตำบลบางพลี ร่วมจัดงานการออกร้านกาชาดของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี 2556
“ตลาดน้ำดอกแก้ว - ตลาดโบราณบางพลี”

                        นางอัจฉรา   สงวนพงศ์  นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรปราการ   นายคณิต  เอี่ยมระหงษ์   ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ  และ ดร.พัฒนพงศ์   จงรักดี   นายกเทศมนตรีตำบลบางพลี  ร่วมจัดงานออกร้านกาชาดของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี 2556 ภายใต้คำขวัญ “งานกาชาดประจำปี 2556  ฉลอง 120 ปี สภากาชาดไทย รวมใจสร้างสุขเพื่อปวงชน” ในรูปแบบ “ตลาดน้ำดอกแก้ว” เพื่อจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าโอทอปที่คัดสรรมาอย่างพิเศษ และในพื้นที่สวนอัมพรจะออกร้าน “เรือนดอกแก้ว” เพื่อจำหน่ายสินค้าคุณภาพราคาถูก และสินค้าร่วมบุญ – เพื่อบุญ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย เน้นแนวคิดที่สอดคล้องกับแนวคิดการจัดงานของสภากาชาด ไทย โดยมุ่งเน้นให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระบรมราชูปถัมภ์ สภากาชาดไทย ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยมากมาย โดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของพสกนิกรเป็นหลัก พระองค์ทรงให้ทุกอย่างกับพสกนิกรและ ชาติบ้านเมือง เพียงเพื่อมุ่งหวังให้พสกนิกรทั่วราชอาณาจักรมีความสงบ ร่วมเย็นและมีความอยู่ดี กินดี ซึ่งการตกแต่งร้านจะเน้นความมั่งคง ปลอดภัยและใช้ทรัพยากรประหยัดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง                

โดยจำลองวิถีชีวิตชุมชนตลาดโบราณ  บางพลีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ดีเด่นของจังหวัดสมุทรปราการ มาร่วมแสดงสาธิตและจำหน่ายในตลาดน้ำดอกแก้ว ตลาดโบราณบางพลีด้วย มีความพิเศษและน่าสนใจที่ การออกแบบและตกแต่งร้าน จำลองตลาดโบราณบางพลีจากจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นตลาดน้ำเก่าแก่    ที่มีบรรยากาศของวิถีชีวิตชุมชนริมคลองเก่าแก่เป็นเรือนแถวไม้หลังคาปั้นหยา สถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดจนการนำผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นถิ่นของอำเภอบางพลีและจังหวัดสมุทรปราการไปจำหน่าย เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าและเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้จักตลาดโบราณบางพลีอีกด้วย นอกจากนี้ ได้อัญเชิญองค์จำลองหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวบางพลีและจังหวัดสมุทรปราการมาประดิษฐาน ณ ตลาดน้ำดอกแก้ว และจำลองประเพณีรับบัวหรือโยนบัว ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวบางพลีมาจัดแสดงมาไว้ในงาน เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของจังหวัดสมุทรปราการจนได้รับการยอมรับจากผู้เข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้รูปแบบการออกแบบตกแต่งร้านของ “ตลาดน้ำดอกแก้ว” ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ ๑

ดร.พัฒนพงศ์  จงรักดี  นายกเทศมนตรีตำบลบางพลี  กล่าวถึง ความเป็นมาของตลาดโบราณบางพลีว่า  ตลาดโบราณบางพลี เป็นตลาดเก่าแก่ที่ยังคงบรรยากาศของวิถีชีวิตริมคลองที่เรียบง่าย เป็นเรือนแถวไม้สองชั้นหลายคูหา หลังคาปั้นหยา ส่วนใหญ่ยังคงมีรูปแบบดั้งเดิม คือ มีหลังคาเป็นกระเบื้องว่าวหรือสังกะสี พื้นตลาดเป็นพื้นไม้สามารถเดินติดต่อกันได้ ยาวประมาณ ๕๐๐ เมตร   มีร้านค้าเรียงรายตลอดทางโดยมีสินค้าทั้งเก่าและใหม่ให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย ตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของคลองสำโรง หมู่ ๑๐ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีอายุประมาณ ๑๕๐ ปี  (สันนิษฐานจากประวัติศาสตร์ คนจีนมาตั้งถิ่นฐานที่บางพลี พ.ศ.๒๔๐๐)รูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของตลาดโบราณบางพลี  ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมห้องแถวไม้  ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  มีความเก่าแก่และทรงคุณค่า  บางส่วนเสื่อมสภาพและทรุดโทรมลงไป  มีการก่อสร้างตามแนวขนานไปกับเรือนไม้  โดยเฉพาะห้องแถวไม้ภายในตลาด  สถาปัตยกรรมของห้องแถว เป็นแบบอาคารไม้ชั้นเดียวหลังคากระเบื้องว่าว  สถาปัตยกรรมเป็นแบบจีนปนไทย  เป็นอาคารที่พักอาศัยและร้านค้า
ตลาดโบราณบางพลี ถือเป็นชุมชนใหญ่ชุมชนหนึ่งและรุ่งเรืองมากในอดีต เป็นตลาดขนส่งสินค้าและผู้โดยสารจากภาคตะวันออก ชายฝั่งทะเล สู่กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๔๘ เทศบาลตำบลบางพลี ได้ร่วมกับชุมชนทำการพลิกฟื้นตลาดโบราณบางพลี อีกครั้งหลังเกิดปัญหาเศรษฐกิจระดับประเทศทำให้การค้าในตลาดซบเซาลงจนต้องปิดกิจการ ประกอบกับค่านิยมการซื้อเปลี่ยนแปลงไป  โดยเลือกใช้บริการจากห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อมากกว่าจะเดินเลือกซื้อสินค้าและบริการจากตลาดชุมชน  รายได้ลดลง มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น  วิถีชีวิตของชาวบางพลีกำลังเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา  วัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาแทนที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นและประเพณีสำคัญกำลังจะสูญหายไป                                                                                                                                

ผังรวมตลาดน้ำดอกแก้ว

                นอกจากนี้ ภายในซุ้มการออกร้านของ“ตลาดน้ำดอกแก้ว - ตลาดโบราณบางพลี” ที่งานกาชาดครั้งนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชที่มีมากมายทั้งในด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านศิลปะวัฒนธรรม และด้านการกีฬา แต่พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ การยกระดับสภาพความเป็นอยู่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนพระราชกรณียกิจทั้งหลายที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

                พร้อมทั้งยังติดป้ายนิทรรศการภายในงานเพื่อประชาสัมพันธ์ถึงโครงการพัฒนาต่าง ๆ ตามแนวพระราชดำริของพระองค์ เช่นโครงการปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ให้มีขนาดใหญ่และประสิทธิภาพในการควบคุมน้ำซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาการไหลของน้ำ ออกสู่ทะเลให้เหลือเพียง ๖๐๐ เมตร อันเป็นมาตรการเร่งน้ำออกสู่ทะเล และบรรเทาอย่างได้ผลตามแนวพระราชดำริแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

โครงการสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม (สะพานภูมิพล๑ และสะพานภูมิพล๒) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดเนื่องจากรถบรรทุกขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ โดยมีพระราชประสงค์ให้สร้างเป็นถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สำหรับรองรับรถบรรทุกให้วิ่งอยู่บนเส้นทางที่เป็นวงแหวนเชื่อมระหว่างโรงงานอุตสาหกรรม ในจังหวัดสมุทรปราการ สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กับบริเวณท่าเรือคลองเตย เพื่อมิให้รถบรรทุกเหล่านี้วิ่งเข้าไปยังตัวเมือง หรือทิศทางอื่นๆ ทำให้ปัญหาการจราจรบรรเทาลงได้

                โครงการสวางคนิเวศ ได้ดำริจะสร้างเป็นสถานพักฟื้น ซึ่งในขณะนั้นในประเทศไทยยังไม่มี โดยที่สถานพักฟื้นแห่งนี้อยู่ใกล้ทะเล อากาศบริสุทธิ์ สดชื่น ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก โดยให้เป็นหน่วยงานหนึ่งของสภากาชาดไทย สังกัดสำนักบริหาร ขึ้นตรงกับเลขาธิการสภากาชาดไทย และได้เปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2526 โดยมีนายแพทย์สมัคร พุกกะณะเสน ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นท่านแรก

                โครงการลูกพระดาบส เป็นโครงการพระราชดำริซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดขึ้นเมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๑  ตั้งอยู่เลขที่ ๘๙  หมู่ ๑๔  ตำบลบางปลา  อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบผสมผสานในลักษณะพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริ  เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร  การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สมุนไพร การใช้พลังงานทดแทน  และอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของศิษย์พระดาบสหลักสูตรการเกษตรพอเพียง และช่างไม้เครื่องเรือนของโรงเรียนพระดาบส การศึกษา ค้นคว้าวิจัย  และพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน  การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลอดจนใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรม  ฝึกปฏิบัติงาน  และศึกษาดูงานของนักเรียน  นิสิต  นักศึกษา  เกษตรกร  และประชาชนทั่วไป  โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของสำนักพระราชวัง    มูลนิธิพระดาบส  และจังหวัดสมุทรปราการ

โครงการพัฒนารามาธิบดีสู่คณะแพทยศาสตร์ชั้นนำในเอเชีย (โครงการรามาธิบดี – บางพลี) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินโครงการ “พัฒนา
รามาธิบดีสู่คณะแพทยศาสตร์ชั้นนำในเอเชีย”

                หรือโครงการรามาธิบดี-บางพลี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553ซึ่งเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 ปี โครงการนี้เป็นโอกาสทองของสังคมไทยที่จะได้รับการพัฒนา โดยใช้ศักยภาพบุคลากรรามาธิบดีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะเอื้ออำนวยให้เกิดการผลิตแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางสาธารณสุขในรูปแบบใหม่เพื่อที่ จะรับใช้สังคมไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สนองความต้องการของประชาชนและเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพของประเทศ เป็นบัณฑิตรุ่นใหม่มีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น นอกจากนี้โครงการนี้จะช่วยพัฒนาแพทยศาสตร์ศึกษาของประเทศ เพิ่มคุณค่าให้แก่สถาบันผลิตแพทย์ทุกแห่งในประเทศให้มีการผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน เนื่องจากโครงการรามาธิบดี-บางพลี ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นจังหวัดอุตสาหกรรม โครงการนี้จะช่วยพัฒนาด้านอาชีวะเวชศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มนี้โดยเฉพาะและขยายมิติของการพัฒนาไปทางด้านสังคมและเศรษฐกิจด้วยเนื่องจากโครงการนี้อยู่ในส่วนภูมิภาค จึงเป็นโอกาสที่จะดำเนินการให้เกิดการพัฒนาระบบบริการสุขภาพอย่างครบวงจร โดยเชื่อมโยงกับระบบสาธารณสุข ระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิของประเทศ มาสู่การ
บริการระดับตติยภูมิที่โรงพยาบาลรามาธิบดีวิทยาเขตพญาไท โดยมีการดำเนินการให้เกิดคุณค่าเพิ่มและประสิทธิภาพในทุกๆ ขั้นตอนของสายธารการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร

                 “ประเพณีรับบัว” เกิดขึ้นเพราะความมีน้ำใจที่ดีต่อกันของคนไทยในท้องถิ่นกับคนมอญพระประแดงซึ่งทำนาอยู่ที่ตำบลบางแก้ว ครั้นถึงช่วงเวลาออกพรรษาคนมอญจะกลับไปทำบุญที่อำเภอพระประแดง  จึงได้ร่วมกันเก็บดอกบัวเพื่อให้คนมอญนำกลับไปถวายพระที่วัดนับแต่นั้นเป็นต้นมาชาวอำเภอพระประแดงและอำเภอเมืองต่างพร้อมใจกันพายเรือมาเก็บดอกบัวที่อำเภอบางพลี
และถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้นมัสการหลวงพ่อโตต่างพากันร้องรำทำเพลงบนเรือเพื่อสร้างความสนนกสนาน ซึ่งชาวบางพลีก็จะจัดเตรียมต้อนรับเป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของประเพณีรับบัว ซึ่ง เริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี
สำหรับประเพณีรับบัว หรือโยนบัว เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวบางพลี ซึ่งอำเภอบางพลีมีประชากรอาศัยอยู่ ๓ พวก คือ ไทย รามัญและลาว แต่ละพวกมีหัวหน้าควบคุมดูแลทำมาหากิน ในอาชีพต่าง ๆ

                ต่อมากลุ่มคนทั้ง ๓ พวก ได้ปรึกษากันว่าสมควรจะขยายพื้นที่ทำกินใหม่ให้มากขึ้น เพราะที่ทำไร่ ทำสวนแต่เดิม เต็มไปด้วยพงอ้อพงแขม และพันธุ์ไม้ต่างๆ มีสัตว์อาศัยอยู่หลายชนิด ทางฝั่งใต้ของคลองเต็มไปด้วยป่าแสมเป็นน้ำเค็ม ฝั่งเหนือเป็นบึงใหญ่ แต่ละบึงจะมีน้ำลึก มีดอกบัวหลวงขึ้นอยู่มากมาย คนทั้ง ๓ พวก ได้ช่วยกันหักร้างถางพง จนถึงสามแยกบริเวณคลองสลุด, คลองชวดลากข้าว, คลองลาดกระบัง เมื่อถึงบริเวณนี้ต่างตกลงกันว่าควรแยกย้ายกันไปหากินคนละทาง โดยให้พวกลาวไปทางคลองสลุด, คนไทยไปตามทางคลองชวดลากข้าว, พวกรามัญไปทางคลองลาดกระบัง
คนรามัญที่ไปทางคลองลาดกระบัง ทำ มาหากินอยู่ ๒ – ๓ ปี ก็ไม่ได้ผลผลิต มีนกหนูรบกวน การทำไร่ ไถนาพืชผลจึงเสียหาย เลยปรึกษาว่าจะกลับถิ่นฐานเดิมคือ ปากลัด และเริ่มอพยพในตอนเช้ามืดของเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ก่อนไปได้เก็บดอกบัวในบริเวณนั้นไปด้วย เพื่อนำไปบูชาพระคาถาพันที่ปากลัด ในปีต่อมา บอกให้คนไทยที่ชอบพอกันว่า เมื่อถึงวันขึ้น ๔ ค่ำเดือน ๑๑ ให้ช่วยเก็บดอกบัวไปบูชาหลวงพ่อโตในวิหาร และให้นำน้ำมนต์หลวงพ่อโต กลับไปเป็นสิริมงคลด้วย ส่วนดอกบัวที่เหลือชาวรามัญ จะนำกลับไปบูชาพระคาถาพัน จึงเป็นที่มาของประเพณีรับบัวมาจนถึงทุกวันนี้

 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.