ร่วมมือร่วมใจป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง

            นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์  อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (คนที่สามนับจากขวามือ) เป็นประธาน “เปิดตัวพื้นที่นำร่องการจัดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน  (อ่าวไทย ตัว ก)” โดยมีตัวแทนภาคประชาชนมาร่วมเสวนาการแก้ไขปัญหาแนวทางการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยผ่านความร่วมมือกับภาครัฐฯ  ณ ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ ๒  ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

            ที่ผ่านมากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้ชุมชนชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะชุมชนชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่ปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จนถึงปากแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวและมีการกัดเซาะขั้นรุนแรง

การปักแนวไม้ไผ่ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านดังที่เห็นในภาพนี้ ส่งผลให้เกิดผืนดินกลับคืนถึง 50%

            กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้ดำเนินโครงการแก้ปัญหาการกัดเซาะและฟื้นฟูพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการปักไม้ไผ่เป็นแนวป้องกันสลายพลังคลื่น ในท้องที่จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา ในขณะนั้นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณสำหรับชุมชนที่มีความพร้อมด้านชุมชนและพื้นที่ สำหรับการปักแนวไม้ไผ่ ซึ่งแต่ล่ะชุมชนได้ทำเรื่องเสนอความต้องการ ผ่านมาทางหน่วยงานในพื้นที่ของกรมฯ

 
คืนชีวิตให้สัตว์กลับคืนสู่ธรรมชาติ
หลักหมุดบอกเขตแดนกรุงเทพฯ-สมุทรสาคร
(ด้านหลังคือกรุงเทพฯ)

            กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรเปิดตัว พื้นที่นำร่องการจัดการและการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งรวมทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน (อ่าวไทย ตัว ก)

            ท่านอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ย้ำอยู่เสมอว่า การให้นโยบายแนวทางปฏิบัติ ต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยการมอบหมายให้ผู้นำในพื้นที่ต้องคอยควบคุมดูแล และใส่ใจจึงจะเกิดประสิทธิผลตามเป้าหมาย และในระดับประชาชนในพื้นที่จะต้องรับทราบข้อมูลถึงอาณาเขตของป่าชายเลนอย่างชัดเจน โดยมีป้ายปักกำกับในพื้นที่ ซึ่งต่างจากแต่ก่อนเพียงเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐฯเท่านั้นที่จะรับรู้ แต่ปัจจุบันปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนจะหมดไปในที่สุด

 
 
 
 
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.