พยาบาลลูกจ้างฯ ยิ้มรับของขวัญปีใหม่รัฐ ได้บรรจุ 7,547 อัตรา
พร้อมเดินหน้าส่งเสริมนโยบายเมดิคัล ฮับ เป็นภารกิจหลักในปี 56

สภาการพยาบาล ขอขอบคุณรัฐกรณีบรรจุพยาบาลลูกจ้างชั่วคราวเป็นข้าราชการ  นับเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับระบบบริการสาธารณสุขในส่วนภูมิภาค ถึงแม้เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่ก็เป็นการส่งเสริมนโยบายเมดิคัล ฮับ รวมทั้งยังเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558

                ศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ นายกสภาการพยาบาล กล่าวว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มอัตราตำแหน่งข้าราชการสำหรับกระทรวงสาธารณสุขปีละ 7,547 อัตราเพื่อบรรจุพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวและบุคลากรวิชาชีพอื่นๆ ในปีงบประมาณ 2556-2558 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีแผนจะบรรจุรอบแรกให้แล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2556 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่พยาบาลนั้น สภาการพยาบาลขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสนใจ และเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนตำแหน่งข้าราชการ ของกระทรวงสาธารณสุข ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี ซึ่งการบรรจุพยาบาลวิชาชีพเป็นข้าราชการครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับระบบบริการสาธารณสุขในส่วนภูมิภาค และชนบทห่างไกลที่จะมีพยาบาลที่มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ที่จะให้การดูแลประชาชนอย่างเพียงพอ

                อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น  เพราะปัญหาการขาดแคลนพยาบาลยังคงอยู่ เนื่องจากความต้องการพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ และการขยายบริการสุขภาพภาคเอกชน ตามนโยบายส่งเสริม Medical Hub ของรัฐบาล รวมทั้งเพื่อรองรับการรวมประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ทั้งนี้ สภาการพยาบาลคาดประมาณว่า ประเทศไทย มีความต้องการพยาบาลในอัตราส่วน 1 ต่อ 400 ประชากร ซึ่งน้อยกว่าประเทศสิงคโปร์ครึ่งหนึ่ง เราจะยังคงขาดแคลนพยาบาลอยู่ประมาณ 4 หมื่นคนในอีก 5 ปี ข้างหน้า ในขณะที่พยาบาลกว่าร้อยละ 20 จะทยอยเกษียณอายุ และในอนาคตเมื่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวมากขึ้น ก็อาจจะทำให้มีการสูญเสียพยาบาลออกจากวิชาชีพเร็วขึ้น หากการประกอบอาชีพอื่น ก้าวหน้ามากกว่า งานเบากว่า และรายได้มากกว่า ดังที่เกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และญี่ปุ่น ที่พยาบาลลาออกจากงานเร็ว และผู้ที่สนใจจะเรียนพยาบาลน้อยลง จนต้องนำเข้าพยาบาลจากต่างประเทศ เป็นต้น

                เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาว สภาการพยาบาล จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาล ให้เร่งวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา  โดยการลงทุนพัฒนาอาจารย์ รวมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิตอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการผลิตพยาบาลที่ได้มาตรฐานในระดับสากลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจากการเปิดเสรีการค้าบริการสุขภาพ และการรักษาสมดุลด้านกำลังคน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับบริการสุขภาพหลักของประเทศ  โดยเร่งรัดดำเนินมาตรการสร้างแรงจูงใจ ทั้งด้านความมั่นคงในงาน ค่าตอบแทน ความก้าวหน้า สวัสดิการ สวัสดิภาพ ความปลอดภัย และการสร้างความสุขในการทำงาน เพื่อธำรงรักษาพยาบาลให้อยู่ในระบบบริการสาธารณสุขอย่างยาวนาน โดยเฉพาะบริการภาครัฐ ที่มีสภาพการทำงานหนัก ขาดความก้าวหน้า และค่าตอบแทนต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้สูญเสียพยาบาลออกจากภาครัฐ

สำหรับประเด็นที่สังคมมีความห่วงใยเรื่องหลังการเปิด AEC จะมีการเคลื่อนย้ายพยาบาลไทยไปยังประเทศที่มีรายได้และสภาพการทำงานดีกว่า และอาจมีพยาบาลจากต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ เข้ามาทำงานในประเทศนั้น ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาล คนที่สอง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะดำเนินการตามที่ สภาฯเสนอดังกล่าวแล้ว จะสามารถรักษาพยาบาลไว้ในประเทศได้ ขณะเดียวกันสภาฯก็มีมาตรการควบคุมการประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย คือพยาบาลทุกคนทั้งคนไทย และต่างชาติ ที่จะทำงานในประเทศไทย ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนที่สภาการพยาบาลรับรอง สามารถสอบผ่านเพื่อขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และห้ามผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตทำการพยาบาล รวมทั้งห้ามแสดงตนที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นพยาบาล ซึ่งหากประชาชนสงสัย หรือไม่แน่ใจว่าผู้ที่ดูแลท่านเป็นพยาบาลมีใบอนุญาต หรือไม่ โปรดแจ้งให้สภาการพยาบาลตรวจสอบได้ และเพื่อรักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพ รวมทั้งการคุ้มครองประชาชน สภาการพยาบาลใคร่ขอความร่วมมือผู้บริหารโรงพยาบาล สนับสนุนการใช้พยาบาลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนและผู้รับบริการ  ซึ่งขณะนี้จนถึงวันที่ 23 ธันวาคมนี้ สภาการพยาบาลอำนวยความสะดวกในการต่ออายุใบอนุญาตฯ ทุกวันไม่ว้นวันหยุด สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตฯ กำลังจะหมดอายุ ก็ขอให้เร่งดำเนินการ

 

 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
   
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.