เครือ ซี.พี. เปิดตัว 3 โปรเจ็กต์ใหญ่

เครือ ซี.พี. เปิดตัว 3 โปรเจ็กต์ใหญ่ สนับสนุนไทยขึ้นผู้นำตลาดเออีซี ปี’58 ทางด้านศูนย์กลาง โรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวทันสมัยและเป็นเจ้าแรกของเมืองไทยบุกเบิกฮับขนส่งทางน้ำ พร้อมย้อนวิถีไทยผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “ความทรงจำ” จากทุ่งนาสู่โรงงาน ตอกย้ำ “ข้าวตราฉัตร แบรนด์ข้าวหอมมะลิไทย เบอร์ 1 ของประเทศ ดีที่สุดของโลก”

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางเครือ ซี.พี. ได้นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือได้ว่าเป็นโรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวที่ได้รับการยอมรับว่า ทันสมัยที่สุดในโลก ทั้งนี้ทางคณะผู้บริหารยังให้เกียรตินำสื่อมวลชนเข้าชมห้องควบคุมการผลิตต่าง ๆ ทุกซอกทุกมุม ทั้งห้องวิจัย ห้องคัดแยกสิ่งแปลกปลอม ห้องแล็ป ต้องขอบอกแก่ท่านผู้บริโภคและผู้อ่านว่า ทุกกระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอนที่พิถีพิถันอย่างละเอียด กว่าจะมาถึงมือผู้บริโภคด้วยข้าวบรรจุถุงภายใต้แบรนด์ดังที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 “ข้าวตราฉัตร”นั้น สมแล้วกับการเป็นที่ยอมรับระดับโลก จริง ๆ....

                ด้วยเนื้อที่กว่า 270 ไร่ พร้อมสถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารที่โดดเด่น โดยงบประมาณการก่อสร้างโรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวที่ทันสมัยแห่งนี้กว่า 3,000 ล้านบาท ภายในอาณาบริเวณยังประกอบไปด้วยท่าเรือขนส่งขนาดใหญ่ทันสมัยที่สุดในโลก ตลอดจนการควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่เครื่องจักรการผลิต ถึงพนักงานทุกระดับอย่างดีที่สุด ถือเป็นบริษัทที่ช่วยเหลือคนไทยในท้องถิ่นที่ทำให้มีการจ้างงาน มีรายได้ ต่อยอดให้เศรษฐกิจไทยในภาคอุตสาหกรรม และจัดได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกรายแรกของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ปี 2558

          
นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ รับผิดชอบธุรกิจข้าวและอาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์พร้อมสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวสาร  คลังจัดเก็บสินค้าข้าว และท่าเรือขนส่งทางน้ำ ที่ทันสมัยเป็นผู้บุกเบิกรายแรกของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ปี 2558 โดยได้ลงทุน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการข้าวนครหลวง, โครงการท่าเรืออยุธยาและไอซีดี และโครงการภาพยนตร์โฆษณาชุด “ความทรงจำ” เปิดตัวพร้อมกันวันนี้ ณ โรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            โครงการฯ ที่ลงทุนทั้งหมดมุ่งสร้างความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยทุ่มงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท จัดทำศูนย์กลางโรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวที่มีท่าเรือขนาดใหญ่ บริการครบวงจร และทันสมัยที่สุดในโลก   ประสิทธิภาพเทียบเท่าท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งท่าเรือกรุงเทพฯ และแหลมฉบัง
            นายสุเมธฯ กล่าวว่า โครงการข้าวนครหลวง หรือ โรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวนครหลวงแบบครบวงจร ตั้งอยู่บนพื้นที่ 270 ไร่  ด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารโดดเด่น เมื่อมองจากด้านบน จะเห็นเป็นรูปทรงเมล็ดข้าวงดงาม ส่วนภายในอาคารโรงงานได้ลงทุนติดตั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีกำลังการผลิต วันละ 3,600 ตัน/วัน หรือกว่า 1,080,000 ตัน/ปี ข้าวที่ผลิตได้จากโรงงานแห่งนี้ จะส่งออกตลาดต่างประเทศ 80% ของกำลังการผลิตทั้งหมด หรือกว่า 120 ประเทศทั่วโลก
            ในแต่ละขั้นตอนการผลิตใช้เทคโนโลยี และเครื่องจักรประสิทธิภาพสูง ตลอดกระบวนการผลิต ประกอบด้วย เครื่องทำความสะอาด ที่ใช้คัดแยกสิ่งเจือปนที่ใหญ่กว่าข้าว, เครื่องแยกหิน ที่ใช้คัดแยกสิ่งเจือปนที่หนักกว่าข้าว, เครื่องขัดมัน ที่ใช้ในการทำความสะอาดผิวข้าวให้สะอาดมันวาว, เครื่องตะแกรงเหลี่ยม ที่ใช้ในการคัดแยกข้าวเต็มเมล็ด, เครื่องตะแกรงกลม ที่ใช้ในการแยกความยาวเมล็ดที่ต้องการ พร้อมทั้งเครื่องแยกสี ที่ใช้ในการคัดแยกสิ่งเจือปนที่ขนาดใกล้เคียงเมล็ดข้าว รวมทั้งสิ่งเจือปนที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น แก้ว หรือเม็ดพลาสติก ด้วยกล้องเอ็นไออาร์ เซ็นเซอร์พิเศษ ที่ตรวจจับ คัดแยกออกได
            นอกจากนี้ยังมีไซโล สำรองข้าวสาร ไว้ในอาคารผลิต ได้มากถึง 83,600 ตัน แบ่งเป็น ไซโลขนาด 1,600 ตัน/ไซโล จำนวน 36 ไซโล และ ไซโลขนาด 1,300 ตัน/ไซโล จำนวน 20 ไซโล ้
            สำหรับข้าวสารที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพเรียบร้อย จะถูกบรรจุด้วยเครื่องบรรจุอัตโนมัติ ประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีความสามารถบรรจุ และแพ็คลงถุง ได้มากกว่า 4,000 ตัน/วัน พร้อมระบบตรวจจับโลหะ และเครื่องทวนสอบน้ำหนักหลังการบรรจุ และแพ็คลงถุง ทุกถุง 100% มั่นใจในคุณภาพ
            (ปี 2555 ข้าวตราฉัตร มียอดจำหน่ายในประเทศ จำนวน 350,000 ตัน มูลค่า 9,500 ล้านบาท คาดว่าจะโตขึ้น 16% จากปี 2554 และส่งออกต่างประเทศ จำนวน 604,000 ตัน มูลค่า 14,000 ล้านบาท คาดว่าจะโตขึ้น 2.2%)
            ส่วนโครงการก่อสร้างท่าเรือขนส่งสินค้าสมัยใหม่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง สามารถขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ ได้สูงสุด 500,000 ตู้/ปี จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี สนับสนุนกลยุทธ์การขนส่งของภาครัฐ โดยใช้ความได้เปรียบการขนส่งสินค้าทางน้ำของประเทศไทย สำหรับการขนส่งสินค้าของข้าวตราฉัตร เน้นการขนส่งทางเรือ สามารถขนส่งได้ จำนวน 1,500 ตัน/เที่ยว เทียบเท่าการขนส่งด้วยรถบรรทุก 50 เที่ยว ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการจราจรรถบรรทุกบนท้องถนน ได้ในระยะยาว
            ขณะเดียวกันจะประหยัดการใช้น้ำมันลง เช่น เส้นทางการขนส่ง ระหว่างพระนครศรีอยุธยา-กรุงเทพฯ ลดลงได้ไม่น้อยกว่า 15 ลิตร/ตู้/เที่ยว หรือ 3 ล้านลิตร/แสนตู้ และจุดได้เปรียบของสถานที่ตั้ง คือ อยู่จุดศูนย์กลางธุรกิจรายล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรมหลัก 4 แห่ง คือ นิคมสหรัตนนคร ระยะทางห่างกันเพียง 9 กม. นิคมโรจนะ ระยะทาง 22 กม.นิคมไฮเทค ระยะทาง 32 กม.นิคมบางปะอิน ระยะทาง 35 กม. และนิคมเหมราช ระยะทาง 42 กม.
            อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขนส่งให้แก่ผู้ใช้ จากบริการขนส่งสินค้าทางน้ำเลียบชายฝั่งหรือลำเลียง สร้างความเที่ยงตรงในการรับมอบ-ส่งมอบสินค้า  มีขีดความสามารถในการขนส่งตู้สินค้าได้ครั้งละ 40-60 ตู้/เที่ยวเรือ รองรับสินค้าได้ปีละ 500,000 ตู้/ปี 
            สำหรับโครงการท่าเรือขนส่งสินค้าครบวงจร ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนแรก ท่าเรือชายฝั่ง (coast port) ในพื้นที่ 14 ไร่ ความยาวหน้าท่า 276 เมตร ระดับความลึกหน้าท่า 4.5 เมตร รองรับเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์และเรือสินค้าทั่วไปขนาดความยาวประมาณ 50 เมตร กินร่องน้ำลึกสูงสุด 3.5 เมตร รับได้พร้อมกันครั้งละ 5 ลำ ส่วนที่สอง ไอซีดีในพื้นที่ 80 ไร่ ใช้เป็นสถานที่ตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร
            ส่วนโครงการภาพยนตร์โฆษณาข้าวตราฉัตรความยาว 1 นาที จะออกสู่สายตาประชาชนใน ธีม “ความทรงจำในวัยเด็ก” ได้รับเกียรติจาก คุณบี๋-ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ ช่างภาพมืออาชีพเป็นผู้ทำโปรดักชั่น และได้รับเกียรติจากคุณหนิง-นิรุตต์ ศิริจรรยา นักแสดงรุ่นใหญ่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ร้อยเรียงเสียงถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำในวัยเด็ก ที่มีต่อข้าวไทย ยังคงเก็บไว้อยู่เสมอ โดยนำเสนอเรื่องราว ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาเป็นภาพ จากทุ่งนาสู่โรงงาน คนไทยเป็นทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค คือ ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทย ที่นำมาหลอมรวมเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ด้วยความมุ่งมั่นของพนักงานเครือ ซี.พี.ทุกคนที่ใส่ใจต่อ “ข้าวไทย” และความผูกพันธ์กับองค์กร เติมเต็มความมั่นใจให้อุตสาหกรรมข้าว ก้าวสู่มาตรฐานโลกอย่างแท้จริง
             อีกทั้ง “ข้าวตราฉัตร” ตอกย้ำ “ข้าวหอมมะลิไทย ยอดขายดี เป็นแบรนด์อันดับ 1 ของประเทศ (ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน)” จากผลสำรวจของ AC Neilsen หรือ บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปานี ซึ่งข้าวหอมมะลิตราฉัตร สามารถครองใจผู้บริโภคในประเทศ ด้วยคุณสมบัติ ข้าวคุณภาพดี การันตีโดยรางวัล “ข้าวที่ดีที่สุด” หรือ World Best Rice Award 2009 จากงานสัมมนาข้าวโลก  

 
 
 
 
   
   
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.