งานมหกรรมวัฒนธรรมภาคกลาง วิ่งควายชลบุรี 142 ปี
กระบือไทย บันลือโลก สนุกลือลั่น สนั่นอาเซียน

เปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมภาคกลาง “ประเพณีวิ่งควาย” ครั้งที่ 142
ใจกลางชลบุรี คลื่นมหาชนเนืองแน่น ร่วมสืบสานประเพณี

                มหกรรมวัฒนธรรมภาคกลาง ประเพณีวิ่งควาย ครั้งที่ 142 ที่ผ่านมา จัดได้ยิ่งใหญ่อลังการ สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชมงาน ตลอดจนคนชาวชลบุรีได้ชื่อเสียงไปอย่างเต็ม ๆ ต้องขอชื่นชมท่านสนธยา  คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานจัดงานในครั้งนี้

            วิ่งควายชลบุรี แห่งเดียวในเมืองไทย และแห่งเดียวในโลก ประเพณีวิ่งควาย เป็นเอกลักษณ์ของจังชลบุรี งานนี้จัดขึ้นหลังฤดูการไถนาเพื่อให้ควายพักเหนื่อยหลังการใช้งานอย่างหนัก และระหว่างรอการเก็บเกี่ยวชาวนาจะนำควายมาชุมนุมกันเพื่อถือโอกาสมาพบปะสนทนากัน รวมทั้งการซื้อขายสินค้าที่ตลาดจนกลายมาเป็นการแข่งขันวิ่งควายขึ้น ประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีที่จัดเป็นประจำทุกปีในวันก่อนออกพรรษา 1 วัน เป็นประเพณีที่เป็นมรดกตกทอดมาแต่บรรพชนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการทำขวัญควายและให้ควายได้พักผ่อนจากงานในท้องนา เพื่อแสดงรู้คุณต่อควาย ซึ่งเป็นสัตว์ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพทำนา และเพื่อให้ชาวบ้านมาพบปะสังสรรค์กัน ไม่ว่าจะอยู่สารทิศใดก็จะได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์กันในวันนั้น มีการเลี้ยงดูกันสนุกสนานตลอดจนมีการประกวดความสมบูรณ์ของวัวและควาย เดิมมีแต่คนในท้องถิ่นรู้จัก แต่ในปัจจุบันประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีประจำจังหวัดชลบุรี ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันไปทั่วทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ

กระทรวงวัฒนธรรม สนับสนุนงานมหกรรมวัฒนธรรมภาคกลาง “ประเพณีวิ่งควาย” ครั้งที่ 142 ภายใต้แนวคิด กระบือไทย บันลือโลก สนุกลือลั่น สนั่นอาเซียน ซึ่งประเพณีวิ่งควายชลบุรี ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2555 ประเภทกีฬาภูมิปัญญาไทย โดยในปีนี้ กะทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ เทศบาลเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี สร้างประวัติศาสตร์ของประเพณีที่มีตำนานกว่า 142 ปี ในการนำวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นประจำเมืองชลบุรีเพื่อสืบสานอนุรักษ์ และเผยแพร่สูสายตานักท่องเที่ยวให้เข้าใจถึงคุณค่าของวิถีชีวิตแบบไทย ผสานความบันเทิงแบบจัดเต็มตลอด 3 วัน 3 คืน

                ภายในพิธีเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมภาคกลางกลาง “ประเพณีวิ่งควาย” ครั้งที่ 142 ภายใต้แนวคิด กระบือไทย บันลือโลก สนุกลือลั่น สนั่นอาเซียน เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. โดย นายสนธยา  คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายเดโช คงชยาสุขวัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี ร่วมพิธีเปิดงานแห่งความสนุกในครั้งนี้ ซึ่งในพื้นที่โดยรอบมีทั้งเยาวชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือกันอย่างเนืองแน่น ทำให้บรรยากาศโดยรอบเป็นไปด้วยความสนุกสนานสมกับเป็นประเพณีแห่งความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง

            ทั้งนี้บรรยากาศภายในงานคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ร่วมสัมผัสความสุข สนุกกับรูปแบบกิจกรรมที่ดำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย สมชื่อผู้จัดยักษ์ใหญ่อย่างเวิร์คพอยท์ รักษาประเพณีวัฒนธรรมไทยไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงดนตรีลูกทุ่ง ชื่อดัง อาภาพร นครสวรรค์ , ยิ่งยง ยอดบัวงาม เอกชัย ศรีวิชัย จำอวดหน้าม่าน 3 น้า เกมคนชนควาย โดยเท่ง เถิดเทิง – โหน่ง ชะชะช่า  สร้างความครื้นเครงประทับใจแก่ผู้คนที่เฝ้ารอคอยอย่างจุใจไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมทั้งยังมีกีฬาตะกร้อลอดห่วง เอกลักษณ์กีฬาความเป็นไทย แข่งขันยิงหนังสติ๊ก การแข่งขันลกรถระหว่าง คนกับควาย ชายไทยโชว์พละกำลังเอาชนะไปได้อย่างฉิวเฉียด เสียงเชียร์ลั่นสนั่นกลางสนามแข่ง บริเวณรอบงาน ยังอัดแน่นไปด้วยร้านค้าของจำหน่ายเอกลักษณ์ไทย ของเล่นเด็กยุคแฟนฉัน ขนมขบเคี้ยว อาหาร หลากหลายตระการตา ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างจริง ๆ

(การประกวดกระบืองาม รางวัลที่ 1 ตกเป็นของ กระบือชื่อ “ใบหยก” รูปงามสมชื่อหล่อขั้นเทพ)

ประวัติความเป็นมาของประเพณีวิ่งควาย
ประเพณีที่เป็นของท้องถิ่นจังหวัดชลบุรีโดยแท้ หรือจะเรียกว่าเป็น “ของดีเมืองชล” ที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างสมไว้ให้ เป็นอมตะสมบัติของชาวชลบุรีได้แก่ ประเพณีวิ่งควาย เป็นประเพณีที่มีมาแต่บรรพกาล จนไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีมาแต่สมัยใด และใครเป็นผู้ริเริ่มเป็นประเพณีที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน

            ประเพณีวิ่งควาย เป็นประเพณีที่ปฏิบัติในวันขึ้น 14 ค่ำ ซึ่งเป็นวันใกล้สิ้นฤดูฝนจะย่างเข้าฤดูหนาว เป็นฤดูกาลที่การไพหว่านได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นเวลาข้าวกล้าในนา พืชพันธุ์ธัญญาหารในไร่กำลังตกดอก ออกรวง เป็นฤดูที่ชาวไร่ชาวนากำลังมองเห็นผลจากแรงกายของตน ตลอดจนแรงสัตว์ที่ได้ใช้ทำงานกำลังจะให้ผลอยู่รำไร ความสุขและความหวัง กำลังรออยู่เบื้องหน้าอย่างน่าภาคภูมิใจ อีกไม่ช้าก็จจะเก็บเกี่ยวข้าวกล้าในนา ตลอดจนพืชผลต่าง ๆ ที่ได้ไถหว่านไว้ จึงมาคำนึงถึงสัตว์ เช่น วัว ควายที่ได้ไถนาเป็นเวลาหลายเดือน ควรจะได้มีส่วนได้รับความสุขตามสภาพบ้าง จึงต่างตกแต่งวัวควายของตนให้สวยงาม เป็นการทำขวัญควาย แล้วก็นำควายเข้าเมืองเพื่อพบปะกับบรรดาเกษตรกรทั้งหลาย ไม่ว่าจะอย่าสารทิศใดก็จะมีโอกาสพบปะสังสรรค์กันในวันนั้น คนที่ไม่รู้จักกันก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสารทุกข์สุขดิบ มีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนาน ตลอดจนมีการประกวดความสมบูรณ์ของวัวและควาย วันนั้นเป็นวันของผู้ที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติมาสันนิบาตพบปะกันจริง ๆ
            เหตุที่เลือกเอาวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 นั้น เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันพระ ทุกคนจะต้องหยุดงานไปวัด วันพระนั้นโบราณหยุดงานไปวัดกันจริง ๆ แม้กระทั่ววัวควายก็ไม่ยอมให้ใช้งานวันพระ โดยเฉพาะในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ก็เป็นวันออกพรรษา การนำควายมาวิ่งอวดประกวดกันในเมืองวันนั้น ขามาก็เอาควายมาเทียมเกวียนบรรทุกกล้วย มะพร้าว ใบตอง ยอดมะพร้าวมาขาย เพื่อคนในเมองจะได้ซื้อไปห่อข้าวต้มหางทำบุญตักบาตร วันเทโวโรหนะ วันออกพรรษา ขากลับได้มีโอกาสซื้อของไปทำบุญเลี้ยงพระตามวัดวาอารามใกล้เคียง ในวันพระและวนออกพรรษาคนโบราณของเราเป็นคนที่หนักในความกตัญญูกตเวทิตา และมีความเมตตาธรรมสูง เห็นวัวควายเหล่านั้นทำงานให้กับตน เป็นสัตว์ที่มีคุณแก่ชีวิตตน ไม่ยอมฆ่าสัตว์เหล่านั้นเป็นอาหาร ไม่รับประทานเนื้อวัว ควาย เพราะถือว่าเป็นสัตว์ที่มีบุญคุณ ประเพณีวิ่งวัววิ่งควายไม่ใช่เรื่องไร้สาระเหลวไหล แต่เป็นเรื่องที่แฝงไว้ด้วยสามัคคีธรรม บรรพชนของเราเป็นห่วงว่าประเพณีนี้จะสูญหายในเร็ววัน เพราะคนจะไม่เห็นคุณค่าของวัวควาย ฉะนั้นในปีใดที่ไม่มีการวิ่งวัววิ่งควาย ปีนั้นวัวควายจะเป็นโรคระบาดตายกันมากกว่าปกติ เพราะวิญญาณของบรรพชนของเรายังห่วงประเพณีอันดีงานนี้อยู่ จึงบันดาลให้เกิดอาเพศภัยพิบัติต่าง ๆ ควายที่เจ็บป่วยระหว่างปีเจ้าของควายก็บนบานให้หายแล้ว จะนำมาวิ่งเพื่อรักษาประเพณีปีละมาก ๆ

คุณค่าของประเพณีวิ่งควาย
            ประเพณีวิ่งควายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรส่งเสริมและอนุรักษ์ในรูปแบบของพิธีกรรมที่ดีที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัดชลบุรี การเห็นคุณค่าความสำคัญของ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์พาหนะ สัตว์ใช้งาน คู่ยาก คู่ใจและคู่บ้านของเกษตรกรชาวไทย งานประเพณีวิ่งควายมีส่วนสร้างสัมพันธภาพระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกจังหวัดชลบุรี และประชาชนได้อย่างดียิ่ง อาทิ เทศบาลเมืองชลบุรี , กรมส่งเสริมวัฒนธรรม , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , สถาบันการศึกษา , ข้าราชการและประชาชน เป็นต้น ผู้ชม ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับความบันเทิงใจ สนุกสนานโดยทั่วกัน

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
            วิ่งควาย กีฬาภูมิปัญญาไทย ได้ถูกประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติระจำปีพุทธศักราช 2555 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ยกย่องภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ และอัตลักษณ์ของกลุ่มชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและยอมรับในความแตกต่างทางวัฒนธรรม และยังเตรียมการเพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกในอนาคต โดยประเพณีวิ่งควาย ได้จัดสืบทอดกันมายาวนานถึง 142 ปีควรค่ากับการอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป

100 ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จทอดพระเนตรการแข่งขันวิ่งควาย
            ความน่าภาคภูมิใจยิ่งสำหรับประเพณีวิ่งวายของชาวชลบุรี คือเมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสจังหวัดชลบุรีเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2455 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีคือ พระยาวิเศษฤๅไชย ได้จัดวิ่งควายถวาย ทอดพระเนตร ที่หน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี มีหลักฐานปรากฏในพระราชกิจรายวัน กรมราชเลขาธิการได้บันทึกไว้ ขอคัดมาเป็นหลักฐาน
            *วัน ๗ฯ๑๒ร.ศ.๑๓๑ เสด็จลงเรือพระที่นั่ง ที่ทำหน้าตำหนักกรมขุนมรุพงษ์พระราชทานพระแสงสำหรับมณฑล แก่พระสุนทรพิพิธแล้วเสด็จลงเรือจะเสด็จเมืองชลบุรี พอผ่านโรงทหาร กองทหารโห่ร้องถวายไชยมงคลล่องลงมาตามลำน้ำ เวลาเที่ยงถึงปากน้ำบางปะกง เสด็จขึ้นประทับบนศาลาการเปรียญวัดบางปะกงมีเจ้าคณะมณฑลและเจ้าอธิการวัดนี้มาคอยรับเสด็จและมีราษฎรมาคอยเฝ้าเป็นอันมาก โปรดให้ราษฎรเฝ้าราษฎรนำปลาและน้ำปลามาถวาย โปรดพระราชทานเงินทุกราย และพระราชทานเสมาเงิน จ.ป.ร. แก่เด็กลูกหลานของราษฎรที่มาเฝ้านั้นทั้งหญิงและชาย แล้วปรปะทับเสวย ณ ที่นั้น เวลาบ่าย 2 โมง 45 นาที เสด็จประทับลงเรือยนต์พระสงฆ์ในวัดนี้สวดชยันโต
            เวลา 3 โมง 45 นาที เรือพระที่นั่งเทียบสะพานท่าน้ำเมืองชลบุรี พระยาวิเศษฤๅไชย และข้าราชการเมืองนั้น มาคอยรับเสด็จ เสด็จขึ้นประทับตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ที่เมืองชลบุรีนั้น เวลาบ่าย 4 โมง เสด็จที่ว่าการเมืองกองเสือป่า และลูกเสือ นักเรียนชายหญิงตั้งแถวรับเสด็จที่สนามหญ้าหน้าที่ว่าการ ทหารเรือชายทะเล ทั้งข้างขวา ข้างซ้ายตำรวจภูธร เมื่อประทับบนที่ว่าการแล้ว พระยาวิเศษฤๅไชย ได้นำฝ่ายพลเรือนเฝ้าเรียงตัวหลวงมริคราบ นำทหารเรือ ทหารบก ตำรวจภูธรเข้าเฝ้า พระยาวิเศษฤๅไชยนำพ่อค้าไทย , จีน เฝ้าประทับทอดพระเนตรแข่งกระบือ และแห่ผ้าป่า ซึ่งพ่อค้าพลเมืองได้จัดให้มีขึ้น ประทับเสวยเครื่องว่าง ณ ที่นั้นแล้ว เสด็จกลับยังที่ประทับแรม โปรดให้เลื่อนกำหนดวันที่จะเสด็จกลับไปอีก 2 วัน
จากพระราชกิจประจำวันนี้ จะเห็นได้ชัดว่า ประเพณีวิ่งควายได้มีมาแล้วแต่อดีต และเป็นประเพณีที่แปลกกว่าจังหวัดอื่น จึงได้เตรียมการจัดถวายทอดพระเนตรเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งไม่ตรงกับประเพณีวิ่งควาย นับเป็นมงคลสูงสุดแก่ชาวจังหวัดชลบุรี

งานประเพณีวิ่งควายในปัจจุบัน
            จากอดีตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2474 ทางอำเภอบ้านบึง ได้จัดให้มีงานวิ่งควายประจำปีขึ้นที่ตลาดบ้านบึงอีกแห่ง โดยกำหนดจัดงานในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันต่อจากวันวิ่งควายที่ตลาดเมืองชลบุรี และต่อมามีการจัดงานวิ่งควายที่ตลาดหนองเขิน ตลาดหนองยาง อำเภอพนัสนิคม
            ปัจจุบัน จังหวัดชลบุรีตระหนักถึงความสำคัญของประเพณีท้องถิ่น จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรีเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานประเพณีวิ่งควาย โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนให้ความร่วมมือสืบสานงานประเพณีวิ่งควายให้คงอยู่คู่เมืองชลบุรี เมื่อสภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป รูปแบบงานประเพณีวิ่งควายได้ปรับเปลี่ยนตาม ซึ่งแตกต่างไปจากเดิม โดยใช้สนามบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรีเป็นสนามแข่งขันที่สามารถรองรับผู้ชมและนักท่องเที่ยวได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะกิจกรรมที่เป็นหัวใจของงานประเพณีนี้ก็คือ การแข่งขันวิ่งควาย เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนที่มาเที่ยวงานให้ความสนใจและเบียดเสียดแย่งกันเข้าชมมากที่สุด การแข่งขันวิ่งควายจะใช้ระยะทางวิ่งประมาณ 100เมตร เมื่อเริ่มการแข่งขัน ทั้งคนขี่ควายและคนดู จะตื่นเต้นสนุกสนาน ส่งเสียงร้องไปทั่วทั้งสนาม คนขี่ก็พยายามเร่งควายของตนให้เข้าเส้นชัยเพื่อจะได้รางวัล ส่วนคนดูก็ต้องระมัดระวัง เพราะอาจเกิดอันตรายจากควายได้
            เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน เจ้าของควายบางคนอาจขี่ควายเข้าไปวนเวียนในตลาด บางคนก็นำควายกลับไปบ้านตามอัธยาศัย ในระยะหลังนี้ มีการขยายเวลาการจัดงานประเพณีวิ่งควายเป็น 3 วัน 9 วัน บ้าง แต่ยังคงกิจกรรมการแข่งขันวิ่งควายเป็นหลักเช่นเดิม โดยมีการแข่งขันควายวิ่งประลองความเร็ว รุ่นจิ๋ว รุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ และมีกิจกรรมอื่น ๆ ประกอบเพิ่มขึ้นเพื่อให้เกิดสีสันบรรยากาศ และสาระของงานประเพณีวิ่งควายให้น่าสนใจยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดงานประเพณีวิ่งควายชลบุรี ก็ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของคนไทย เพียงแต่สอดแทรกองค์ความรู้ที่ทันสมัยเพิ่มเติมสีสันความสนุกสนานเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อสร้างมิติใหม่ทางวัฒนธรรมให้ประเพณีวิ่งควายเกิดความร่วมสมัย และดำรงคงอยู่คู่กับคนไทยสืบไป.

ขอขอบคุณ

กระทรวงวัฒนธรรม

บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ที่อำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมเก็บภาพบรรยากาศงานมหกรรมวัฒนธรรมภาคกลาง วิ่งควายชลบุรี 142 ปี

กระบือไทย บันลือโลก สนุกลือลั่น สนั่นอาเซียนพร้อมข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนผู้เข้าชม

   
   
   
   
   
   
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.