ประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ชาวรามัญ  วัดสุทธาโภชน์

เที่ยวงานประเพณี ตักบาตรพระร้อยทางเรือชาวรามัญ วัดสุทธาโภชน์ ใครเคยรู้บ้างว่า ภายในเขตกรุงเทพมหานคร ของประเทศไทยเรา ย่านชานเมือง ถนนฉลองกรุง ลาดกระบัง ตัดถนนอ่อนนุช ใกล้ ๆแค่นี้ มีประเพณีอันเก่าแก่ของชาวไทย-รามัญ ที่เรียกว่าตักบาตรพระร้อยมานานกว่า ๑๐๐ ปี ซึ่งเป็นที่เลื่องชื่อลือชาแก่คนในย่านนี้ด้วยความศรัทธาของมหาชนและความนิยมในประเพณีอันดีงามควรค่าแก่การรักษาไว้

                ประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ เป็นประเพณีของท้องถิ่นชาวรามัญย่าน วัดสุทธาโภชน์ ได้ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ อันแสดงถึงความเลื่อมใสศรัทธาและเคร่งครัดในพุทธศาสนา สมควรที่เยาวชนรุ่นหลังควรจะนำไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เพื่อจะได้ร่วมกันอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ตลอดไป ซึ่งนับวันประเพณีของไทยจะเลือนหายไปตามยุคตามสมัยโดยเฉพาะการอนุรักษ์น้ำ เรือ ซึ่งเป็นสมบัติอันทรงคุณค่าในอดีต และกำลังจะหมดไป

                วัดสุทธาโภชน์ซอยฉลองกรุง ๘ ถนนฉลองกรุง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
                                ประเพณีตักบาตรรพระร้อยทางเรือวัดสุทธาโภชน์
สมัยพุทธการครั้งเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ได้เสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์พร้อมเหล่าเทพเทวดาทั้งหลายเป็นเวลา 3 เดือน แล้วเสด็จมายังโลกมนุษย์ ในวันที่พระองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั่นเอง เป็นที่มหัศจรรย์เหล่ามวลเทวโลก มนุษย์โลก และยมโลก ทั้ง 3 โลก ได้มองเห็นพระพุทธองค์พร้อมกันจึงเรียกวันนี้ว่า “วันพระเจ้าเปิดโลก” จึงพากันมาเข้าเฝ้าถวายภัตตาหารแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าต่างพากันมาทำบุญตักบาตร และได้ปฏิบัติต่อกันมาจนเป็นประเพณีของพระพุทธศาสนาเรียกวันนี้ว่า “วันตักบาตรเทโว”

                ประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ถือเป็นประเพณีของท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาจากอดีตรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน
                ด้วยประวัติที่กล่าวได้ว่า...
ในการเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันตักบาตรเทโวนั้น ได้มีผู้คนมาเข้าเฝ้าและนำสิ่งของมาตักบาตรกันเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถจะเจ้าถึงพระองค์อย่างใกล้ชิดได้ และการจัดเตรียมสิ่งของก็แตกต่างกันไปตามความเชื่อ ความศรัทธาของแต่ละท้องถิ่น เพื่อเป็นการสักการะแด่พระองค์และได้ถือปฏิบัติต่อกันมาจนเป็นประเพณีท้องถิ่น

                        ประเพณีตักบาตรที่นิยมและปฏิบัติกันมาหลังออกพรรษามีด้วยกันหลายแห่งดังเช่น
ประเพณีรับบัว                                      อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
ประเพณีข้าวต้มลูกโยน                        ภาคกลาง
ประเพณีตักบาตรข้าวสาร                     ภาคกลาง
ประเพณีตักบาตรเทโว                         ทั่วทุกภาคของประเทศ
ประเพณีบั้งไฟพญานาค                       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

            ตักบาตรพระร้อย
หลังจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธปรินิพานแล้ว เหล่าสาธุชนที่มีศรัทธาในพุทธศาสนายังได้ยึดถือปฏิบัติกันต่อมา  เนื่องจากมีผู้มาตักบาตรกันเป็นจำนวนมากพระภิกษุสงฆ์มีจำนวนไม่เพียงพอแก่เหล่าสาธุชน จึงได้จัดพระภิกษุสงฆ์มาเป็นจำนวนร้อยรูป เพื่อมารับบิณฑบาตจากสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา และเรียกประเพณี “ ตักบาตรเทโว” นี้ว่าประเพณี “ตักบาตรพระร้อย” ซึ่งได้ยึดถือปฏิบัติต่อกันทั่วทุกภาคของประเทศที่มีจิตศรัทธา เลื่อมใสและยึดมั่นในพุทธศาสนา

            วิถีชีวิตในอดีต
ในอดีตท้องถิ่นนี้โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของลาดกระบังเป็นที่ราบลุ่มอุดมไปด้วยคูคลองที่ทางราชการทำการขุดขึ้น และคลองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเพื่อการระบายน้ำการสัญจรและการเกษตรของคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะคลองลำปลาทิวที่อยู่ด้านหน้าของวัดสุทธาโภชน์ ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำสายหลักที่สำคัญ ระหว่างคลองแสนแสบกับคลองประเวศบุรีรมย์ โดยมีคลองเล็กคลองน้อย แยกออกไปอีกมากกว่า 60 คลอง การสัญจรไปมา การค้าขาย การประกอบอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเกษตรกรรมจึงต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ทุกบ้านต้องมีเรือไม่น้อยกว่า 2 – 3 ลำขึ้นไป ตามประเภทของการใช้งาน วัดจำเป็นต้องมีเรือไว้สำหรับพระสงฆ์ออกรับบิณฑบาตซึ่งจะมีอยู่ทุกวัด เรือจึงเป็นพาหนะสำคัญของท้องถิ่น เมื่อถึงวันตักบาตรพระร้อย พระสงฆ์ที่มารับบิณฑบาตก็นำเรือมารอรับบิณฑบาต เหล่าสาธุชนในท้องถิ่นก็จะนำเรือจากบ้านออกมาคอยตักบาตรแด่พระสงฆ์ และได้ยึดถือปฏิบัติกันมาจนเป็นประเพณีท้องถิ่น และเรียกประเพณีนี้ว่า “ตักบาตรพระร้อยทางเรือ”

            วัดสุทธาโภชน์
            ตั้งอยู่เลขที่ 132 ซอยฉลองกรุง ๘ ถนนฉลองกรุง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานครเดิมชื่อว่า วัดสุทธาวาส ก่อสร้างโดย  เจ้าจอมมารดากลิ่น พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในที่ดินของท่านตั้งแต่ปี พ.ศ. 2437 ต่อมาในปี 2455 เจ้าจอมมารดากลิ่นพร้อมด้วยพระมหาอ่อน มหากลยาโณ และมรรคนายก อ๊อต ไชยนุต ได้ทำการย้ายวัดมาตั้งบริเวณปากคลองมอญ ฝั่งเหนือ ริมคลอง ลำปลาทิว ฝั่งตะวันออกและเปลี่ยนชื่อเป็น วัดสุทธาโภชน์ ท่านเจ้าจอมมารดากลิ่นได้ให้ความเมตตา พี่น้อยชาวรามัญ มาทำบุญทอดกฐินเป็นประจำทุกปี ตลอดอายุขัยของท่าน
            วัดสุทธาโภชน์ นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชุมชนของมอญลาดกระบัง และยังยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของชุมชนประกอบด้วยแหล่งเรียนรู้ ได้แก่

    1. อนุสรณ์สถานเจ้าจอมมารดากลิ่น
    2. ประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือหนึ่งเดียวของกรุงเทพมหานคร
    3. พิพิธภัณฑ์เรือท้องถิ่น มากกว่า 100 ลำ
    4. พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานครเขตลาดกระบัง
    5. เรือนไทยไม้สัก 100 ปี
    6. ศูนย์รวมวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนมอญลาดกระบัง
    7. สวนปลาธรรมชาติ ริมคลองลำปลาทิว

นางปานจิตร  สันทัดกลการ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานครร่วมเป็นเกียรติในงานประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือชาวรามัญ วัดสุทธาโภชน์ และกล่าวในงานถึงในปีหน้าจะเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน

            ประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ
กำหนดงาน วันอาทิตย์แรกหลังออกพรรษาของทุกปี

                        ช่วงเวลาของกิจกรรมภายในงานโดยหลักแล้วจะมีดังนี้
               ตอนเช้า
พระภิกษุสงฆ์จำนวน 100 รูป ลงเรือรับบิณฑบาต ด้วยขบวนเรือมาด ซึ่งขุดด้วยไม้ตะเคียน ทั้งต้นจำนวน 60 ลำ ที่บริเวณสองริมฝั่งคลองลำปลาทิว ซึ่งเป็นคลองที่มีความสำคัญต่อเขตลาดกระบัง และไหลผ่าน บริเวณหน้าวัดสุทธาโภชน์
สิ่งของที่ใช้สำหรับตักบาตร ได้แก่ ดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวสาร ข้าวสุก อาหารแห้ง ขนมแห้ง ไข่ต้ม ผลไม้ หรือสิ่งของ ตามความประสงค์ของผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมประเพณีตักบาตรพระร้อยวัดสุทธาโภชน์
               ตอนกลางวัน
เป็นพิธีถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์จากเจ้าภาพที่ได้รับการจองไว้เป็นสำรับคาว- หวาน ที่สวยงามหลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นชาวสุทธาโภชน์  มีอยู่เกือบทุกบ้านเป็นจำนวน 100 ชุด ถวายแด่พระสงฆ์ที่มารับบิณฑบาตในตอนเช้า

                        ที่เห็นอยู่นี้คือชุดคาวหวานที่ชาวบ้านนำมาจัดถวายเพื่อเลี้ยงพระเพล แต่ละบ้านใครที่มีชุดสำรับสะสมจากอดีต ที่เก็บรักษาไว้ ก็จะนำมาจัดชุดอาหารแสดงภายในงานให้ชมกัน ดูยิ่งใหญ่  เห็นถึงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีของชาวไทย – รามัญ ชุดแต่ละชุดดูวิจิตรงดงามตระการตามาก อาหาร ขนมหวานที่นำมาก็จะทำมาจากบ้านด้วยฝีมือของชาวบ้านกันเอง เป็นของไทย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทองหยิบ ฝอยทอง ลูกชุม ขนมชั้น อบควันเทียน ลอดช่องน้ำกะทิสูตรโบราณดั้งเดิม หอมหวานน่ารับประทาน

                สิ่งของที่ถวายพระสงฆ์ได้แก่
ดอกไม้ ธูป เทียน 1
หมากพลู
ปัจจัย
น้ำ
อาหารคาว หวาน มากน้อยตามขนาดของสำรับ

                ตอนบ่าย
                ประเพณีการแข่งเรือพาย  เรือที่ใช้สำหรับแข่งขันส่วนใหญ่จะเป็นเรือที่มีอยู่ในท้องถิ่น  ที่เรียกว่า เรือเพรียวและเรือมาด จุดมุ่งหมายของการจัดการแข่งขันเพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในท้องถิ่น และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไว้ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมดำรงรักษาความเป็นไทยให้คงอยู่คู่ชาติตลอดไป
                เราได้ถามฝีพายแต่ละทีมว่า ทำไมคุยกันสนิทชิดเชื้อ ดั่งมิตรสหาย แล้วเวลาแข่งฝีพาย มีการออมแรงกันบ้างหรือเปล่า ซึ่งผู้นำทีมได้กล่าวว่าแต่ละทีมเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น รู้จักกันดี ร่วมประเพณีกันมาตลอด บ้างอยู่ใน หมู่บ้าน ตำบล เดียวกัน บ้างมาจากต่างตำบล ต่างอำเภอ ก็เสมอเพื่อนรักกัน ชวนกันมาแข่งกันทุกปีเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี และถือเป็นการเล่นกีฬาสมานสามัคคีไปในตัว ช่วยให้งานมีสีสันมากขึ้น

            คุณค่าแห่งสายน้ำ
        การเปลี่ยนแปลงของสังคมจากวิถีชีวิตสังคมชนบทมาเป็นสังคมเมือง จากอาชีพการเกษตรแปลเปลี่ยนมาเป็นอาชีพรับจ้างโรงงานอุตสาหกรรม การสัญจรไปมาจากการใช้คลองจึงเปลี่ยนแปลงมาเป็นถนน ใช้รถเป็นพาหนะแทนเรือ  เรือจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้อีกต่อไป แต่กลายมาเป็นโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าแก่การอนุรักษ์  เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม การทำมาหากินของคนในท้องถิ่น แต่อดีต
เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ได้ศึกษาเรื่องราวของวิถีถิ่นของชาวบ้าน วัดสุทธาโภชน์ จึงได้ทำการรวบรวมเรือประเภทต่างๆไว้มากกว่า 100 ลำ โดยเฉพาะเรือมาดขุดด้วยไม้ตะเคียนทั้งต้นมีจำนวน 76 ลำ และในจำนวนเรือมาด จำนวน 60 ลำ ได้นำมาให้พระภิกษุสงฆ์ลงเรือเพื่อรับบิณฑบาตจากสาธุชนที่มาร่วมงานสองริมฝั่งคลองลำปลาทิว ในประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ของวัดสุทธาโภชน์  เป็นประจำทุกปี จึงเป็นภาพที่ยากจะหาชมได้ไม่ง่ายนักในปัจจุบัน

                ที่ขาดไม่ได้กับอีกหนึ่งกีฬาทางน้ำ ที่สร้างความสนุก ครื้นเครง ไม่แพ้การแข่งเรือพาย “มวยทะเล”  เป็นกีฬาไทย ๆ ที่เล่นสืบทอดต่อกันมา เพื่อรักษาวัฒนธรรม ศิลปะมวยไทย การละเล่นแบบไทย ๆ ที่ควรอนุรักษ์ไว้เพื่อชนรุ่นหลังได้รู้จัก และควรสืบสานต่อไป

การแต่งกายแบบชาวไทย-รามัญ

เรือท่านเจ้าจอมที่นำมาแสดงในงาน

                        ท่านอาจารย์ประณีต  อนงค์   แม่งานหลักของการจัดงานประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือรามัญ วัดสุทธาโภชน์ ได้กล่าวเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาร่วมงานประเพณีอันเก่าแก่ที่มีมากว่า  ๑๐๐ ปี ในปีต่อ ๆ ไป และเมื่อได้มาถึงวัดแล้ว ที่สำคัญอย่างยิ่ง ได้มาไหว้ท่านเจ้าจอมในสมัยรัชกาลที่ ๔ อันเป็นที่เคารพและนับถือ ศรัทธา แก่ชาวบ้านในย่านลาดกระบังส่วนใหญ่จะขอความช่วยเหลือในเรื่องสุขภาพหน้าที่การงาน  ท้ายที่สุด ทางท่านอาจารย์ประณีต อนงค์ ฝากเชิญชวนมาร่วมงานในช่วงเดือนเมษา เทศกาลสงกรานต์ จะมีการกวนกาละแม แบบดั้งเดิมให้ได้ชมกัน อย่าลืม.

ขอขอบคุณ  
กรมการท่องเที่ยว

คุณปัญญา  ไกรทัศน์  ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์

 

 

คณะผู้จัดงาน

อาจารย์ประณีต  อนงค์
วัดสุทธาโภชน์ ลาดกระบัง
 
 
   
   
   
   
   
   
   
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.