พระธาตุศรีสุราษฎร์


           พระธาตุศรีสุราษฎร์
ประดิษฐานบนเขาท่าเพชร ถนนสุราษฎร์-นาสาร ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวสุราษฎร์ และประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ และยังเป็นจุดชมวิวรอบเมืองแบบพานอรามา มีรูปแบบที่ไม่เหมือนพระธาตุองค์ทั่ว ๆ ไปที่เคยพบเห็นและสักการะมา

          จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเมืองเก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ชนพื้นเมืองได้แก่ พวกเซมัง และมลายูดั่งเดิม ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตลุ่มน้ำหลวง (แม่น้ำตาปี) และบริเวณอ่าวบ้านดอน ก่อนที่ชาวอินเดีย จะอพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งและเผยแพร่วัฒนธรรมดังปรากฏหลักฐานในชุมชนโบราณที่ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา เป็นต้น
           ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 13 มีหลักฐานปรากฏว่าเมืองนี้ได้รวมกับอาณาจักรศรีวิชัย เมื่ออาณาจักรนี้เสื่อมลง จึงแยกออกเป็น 3 เมือง คือเมืองไชยา เมืองท่าทอง และเมืองคีรีรัฐ ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้ย้ายเมืองท่าทองมาตั้งที่บ้านดอน และยกฐานะเป็นเมืองจตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ พระราชทานนามว่า เมือง “กาญจนดิษฐ์” ครั้นเมื่อมีการปกครองแบบมณฑล ได้รวมเมืองทั้งสามเป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่าเมืองไชยา ต่อมา พ.ศ. 2458 รัชกาลที่ 6 โปรดฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองไชยา มาเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี แปลว่า เมืองแห่งคนดี

          นายปิยพงศ์ วรรณนุช นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้รายละเอียดข้อมูลถึงพระธาตุศรีสุราษฎร์ว่า เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี พระธาตุศรีสุราษฎร์นี้สร้างจากภาคประชาชนที่ได้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ถือว่าได้ร่วมกันสร้างสิ่งสำคัญที่เป็นคู่บ้านคู่เมือง เพราะสุราษฎร์ธานีนั้นเป็นเมืองใหม่คนในปี 2500 จัดว่าเป็นกึ่งพุทธกาลก็เลยมีความคิดเห็นร่วมกันว่าน่าจะมีศูนย์รวมทางจิตใจของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเลือกเอายอดเขาท่าเพชรแห่งนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดของอำเภอเมือง และอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 5 กิโล เท่านั้น เพื่อที่จะสร้างสถานที่เคารพของชาวเมืองให้ลูกหลานได้เป็นศูนย์รวมจิตใจต่ออนุชนรุ่นต่อ ๆ ไป

          ลักษณะเด่นของพระธาตุศรีสุราษฎร์ คือเป็นรูปลำเทียน แสดงถึงพุทธศาสนาที่ให้แสงสว่างในใจคนมา จึงถือเอาปีพุทธศักราช 2500 ซึ่งจัดเป็นปีกึ่งพุทธกาลในการสร้างองค์พระธาตุขึ้น โดยมีศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ศิลปะศรีวิชัย สังเกตจากรูปลำเทียนคล้ายเสาโรมันที่เป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ที่ประยุกต์ขึ้นมา เพราะเป็นพระธาตุองค์เดียวของประเทศไทยที่มีลักษณะเป็นรูปลำเทียนจากการที่ได้สืบค้นมา
ท่านที่สนใจจะขึ้นมาสักการะพระธาตุศรีสุราษฎร์ แค่เดินทางจากอำเภอเมืองมาตามเส้นทางนาสารขึ้นเขาท่าเพชรมาระยะทางเพียง 2 กิโลเศษ ๆ ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่ใกล้เมืองมากที่สุด โอบล้อมด้วยป่าไม้นานาพันธ์ กับบรรยากาศที่ร่มเย็นสดชื่น และให้ท่านได้สักการะพระธาตุศรีสุราษฎร์

มีการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาท่าเพชร ได้ร่วมกันทำบุญไว้ดูแลองค์พระธาตุให้มีความสวยงามเรียบร้อยอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นสถานอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่รักเคารพและนับถือของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีและแก่ประชาชนชาวไทยนักท่องเที่ยวทุกคน แม้การเดินทางขึ้นจะมีการเหนื่อยล้าหรือร้อนในบางฤดู แต่พอขึ้นมาถึงด้านบน ท่านจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เพราะเจ้าหน้าที่เขาไม่ได้หยุดนิ่ง จัดบริการกาแฟ เครื่องดื่มร้อน เย็นไว้บริการแก่ทุกท่านพร้อมที่นั่งพักกินลมชมวิวกันอย่างสบาย

          พระธาตุศรีสุราษฎร์ มีประวัติที่สำคัญคือ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งแรก ได้เสด็จขึ้นมาทรงสักการะพระธาตุศรีสุราษฎร์ และได้ปลูกต้นพะยอมไว้องค์ละ 1 ต้น ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความเห็นว่าควรที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้สักการะพระธาตุศรีสุราษฎร์ร่วมกันปีละ 1 ครั้ง จึงได้กำหนดให้วันที่ 27 มีนาคม ของทุกปี จัดงาน ”แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ แลธรรมชาติเขาท่าเพชร” ทุกท่านได้สักการะและได้มาศึกษาธรรมชาติดูบรรยากาศเขาท่าเพชรเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่ง ท่านสามารถมองเห็นตัวเมืองสุราษฎร์ธานีได้รอบทิศ แต่ละปีจะมีผ้าห่มพระธาตุร่วม 100 ผืน จากทุกอำเภอ ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเริ่มแห่จากตีนเขาท่าเพชรจนขึ้นมาห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ โดยระยะทาง 2.9 กิโล ท่านที่สนใจจะมาร่วมงานบุญงานกุศลกับประเพณีนี้ ขอเรียนเชิญทุกวันที่ 27 มีนาคม ของทุกปีได้เลยครับ

 

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี    คุณประภาส อินทนปสาธน์ (ผู้อำนวยการสำนักงาน)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย

ธนาคารธนชาติ ที่สนับสนุนอุปกรณ์กันแดดและฝน

Targus อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเดินทาง

 
 
 
 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.