ประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า ร่วมสืบสานประเพณี ที่สุราษฎร์ธานี

ยิ่งใหญ่อลังการ กับโชว์ขบวนแห่รถ-เรือพนมพระ กลางแม่น้ำตาปี

          เที่ยวเมืองร้อยเกาะ เลาะคลองร้อยสาย ไหว้พระร้อยวัด มหัศจรรย์เมืองคนดี ต้องที่สุราษฎร์ธานี ร่วมสืบสานประเพณีชักพระ – ทอดผ้าป่า ไปดูมาแล้ว สุดยิ่งใหญ่อลังการ ตระการตาสมชื่องานประจำจังหวัด ชมขบวนรถพนมพระและเรือพนมพระ ด้วยความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น รูปสัตว์ในวรรณคดี พญานาค หงส์ พญาครุฑ หนุมาน ชมการประดับประดาตกแต่งพุ่มผ้าป่าที่เรียกว่า “พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน” หนึ่งเดียวในประเทศไทย พร้อมการแสดงแสง สี เสียงในแม่น้ำตาปี การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2558 ริมแม่น้ำตาปี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 
         ช่วงเวลาเทศกาลออกพรรษาของทุกปี ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะจัดให้มีงานบุญประเพณีที่ยิ่งใหญ่ขึ้น คือ “งานประเพณีชักพระ – ทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ” เพื่อการร่วมทำบุญและร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในเทศกาลออกพรรษา ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐ / เอกชน และประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ ซึ่งได้รับการสืบทอดจากบรรพบุรุษผ่านกาลเวลามาช้านาน มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันออกพรรษา เป็นเวลา รวม 9 วัน 9 คืน โดยกว่าหนึ่งเดือนก่อนถึงวันออกพรรษา ทางวัดและชาวบ้านในชุมชนต่าง ๆ
ทั่วทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะช่วยกันจัดเตรียมรถพนมพระและเรือพนมพระ ซึ่งวัดที่อยู่ติดแม่น้ำลำคลองก็จะใช้เป็นเรือพนมพระ ในขณะเดียวกันบางวัดก็มีทั้งรถและเรือ นำมาประดับตกแต่งลวดลายอย่างประณีตงดงาม ตามจินตนาการบวกกับความคิดสร้างสรรค์
โอกาสนี้จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาเที่ยวและชมประเพณีอันงดงามของชาวสุราษฎร์ธานีที่ได้รักษาไว้สืบทอดมาต่อชั่วอายุมาช้านาน และยังได้จับจ่ายซื้อของที่เป็นของประจำท้องถิ่นอันหลากหลายร้านค้าที่นำมาออกร้านกันอย่างมากมาย”

          งานประเพณีชักพระ ของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ กับขบวนรถ และเรือที่ประดับประดาตกแต่งอย่างประณีตด้วยรูปสัตว์ในวรรณคดีบ้าง เป็นพญานาค หงส์ พญาครุฑ หนุมาน นัยว่าเป็นราชพาหนะของพระพุทธเจ้า จากนั้นก็นำบุษบกขึ้นประดับ ก่อนนำพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกเพื่อทำการสรงน้ำ และพร้อมที่จะร่วมขบวนแห่ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (หลังวันออกพรรษา 1 วัน) ซึ่งเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ และหากกล่าวถึงเรือพนมพระ ซึ่งเป็นการชักพระทางน้ำนั้น

          ทาง ททท.สำนักงานสุราษฎร์ธานี เป็นผู้รื้อฟื้นขึ้นมา โดยการสนับสนุนจากวัดต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง ในการจัดสร้างทุ่นเหล็กสำหรับการจัดทำเรือพนมพระ และในวันออกพรรษา คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ( 27 ตุลาคม 2558 ) จะมีการประดับประดาตกแต่งพุ่มผ้าป่าเรียกว่า “พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน” ซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ขึ้นในเขต
เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ทั่วทุกมุมเมือง ตามหน้าหน่วยงาน ฯ องค์กร ฯ สถานศึกษา ห้างร้าน อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ โดยการจำลองฉากเป็นภาพพุทธประวัติ หรือพุทธชาดก ประดับประดาตกแต่งด้วยวัสดุต่าง ๆ รวมทั้ง แสง สี เสียง มีต้นไม้สำหรับแขวนเครื่องอัฏฐะบริขาร ทำให้ภายในคืนออกพรรษาทั่วเขตตัวเมืองสุราษฎร์ธานี จึงสวยงามด้วยพุ่มผ้าป่าที่ประดับประดาด้วยดวงไฟ และภาพพุทธประวัติที่สวยงาม

          สำหรับในปี 2558 นี้ งานประเพณีชักพระ ฯ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2558 ริมแม่น้ำตาปี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถนนหน้าเมือง และถนนบ้านดอน (ตั้งแต่สนามข้างโรงแรมวังใต้ถึงแยกนริศ) มีกิจกรรมต่าง ๆ ในการสมโภชมากมาย อาทิ การประกวดพุ่มผ้าป่าชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ ฯ การประกวดเรือพนมพระและรถพนมพระชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ ฯ , การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน ฯ , การจัดถนนวัฒนธรรม , การแสดงแสง สี เสียงในแม่น้ำตาปี การแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่น , การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน นิทรรศการภาพถ่าย กิจกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น


          ในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวกำหนดจัดกิจกรรม “ไหว้พระร้อยวัด มหัศจรรย์เมืองคนดี” ขึ้นดังเช่นทุกปี โดยการจัดนำนักท่องเที่ยวกลุ่มสนใจทางศาสนา กลุ่มครอบครัวจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่ตอบรับมาแล้ว จำนวน 800 คน เดินทางมาในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงงานประเพณีชักพระ ฯ เพื่อสัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณี / วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวสุราษฎร์ธานี รวมทั้งได้ร่วมสืบสานการจัดทำพุ่มผ้าป่าหน้าบ้านเข้าร่วมการประกวดด้วยเช่นทุกปี.

          เราได้มีโอกาสคุยกับ นายประภาส อินทนปสาธน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า “สำหรับงานประเพณีชักพระพุ่มผ้าป่า และแข่งเรือยาวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2558 นี้เป็นประเพณีและกิจกรรมสำคัญของชาวจังหวัด ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับทางภาครัฐ

และภาคเอกชน พร้อมด้วยบริษัททัวร์จากสงขลา หาดใหญ่และผู้ประกอบการทางกรุงเทพฯมากกว่า 750 คนได้มาร่วมงานในครั้งนี้ และเป็นปีแรกที่ทาง ททท.เองได้ทำการตลาดกับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่เราโดยได้รับความร่วมมือจากผู้จัดงานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดี การเตรียมการรองรับจากทาง อบต. เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องที่เตรียมงานอยู่แล้ว รวมถึงด้านความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จึงอยากเชิญชวนในปีต่อ ๆ ไป หลังออกพรรษาให้นึกถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เราจะมีกิจกรรมแบบนี้ทุกปี ประเพณีชักพระพุ่มผ้าป่าจะต่างจากที่อื่นคือเราจะทำกันที่หน้าบ้าน ไม่ใช่ในวัดและพิธีในตัวเมืองเรามีพานพุ่มด้วยจึงดูยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งกิจกรรมในซุ้มต่าง ๆที่แสดงถึงการทำความดี ความชั่ว ผลที่ได้รับจะเป็นอย่างไร สื่อให้เข้าใจถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างชัดเจน”

          ประเพณีชักพระ เป็นประเพณีทางพราหมณ์ศาสนิกชน และพุทธศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมา สันนิษฐานว่าประเพณีนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย ที่นิยมเอาเทวรูปออกแห่ในโอกาสต่าง ๆ ต่อมาพุทธศาสนิกชนได้นำเอาคติความเชื่อดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ประเพณีชักพระเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนานว่า หลังจากพระพุทธองค์ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ ปราบเดียรดีย์ ณ ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี แล้วได้เสด็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งขณะนั้นทรงจุติเป็นมหามายาเทพ สถิตอยู่ ณ ดุสิตเทพพิภพตลอดพรรษา พระพุทธองค์ทรงประกาศ พระคุณของมารดาแก่เทวสมาคมและแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา 7 คัมภีร์


          เมื่อพระมหามายาเทพและเทพยดาในเทวสมาคมบรรลุโสดาบันหมด ถึงวันที่ 15 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันสุดท้ายของพรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษยโลกทางบันไดทิพย์ที่พระอินทร์นิมิตถวาย บันไดนี้ทอดจากภูเขาสิเนนุราชที่ตั้งสวรรค์ชั้นดุสิตมายังประตูนครสังกัสสะ ประกอบด้วยบันไดทอง บันไดเงินและบันไดแก้ว บันไดทองนั้นสำหรับเทพยดามาส่งเสด็จอยู่เบื้องขวาของพระพุทธองค์ บันไดเงินสำหรับพรหมมาส่งเสด็จอยู่เบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ และบันไดแก้วสำหรับพรุพุทธองค์อยู่ตรงกลาง เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึงประตูนครสังกัสสะตอนเช้าตรู่ของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนที่ทราบกำหนดการเสด็จกลับของพระพุทธองค์จากพระโมคคัลลาน

ได้มารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น พร้อมกับเตรียมภัตตาหารไปถวายด้วย แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่มารอรับเสด็จมีเป็นจำนวนมาก จึงไม่สามารถจะเข้าไปถวายภัตตาหารถึงพระพุทธองค์ได้ทั่วทุกคน จึงจำเป็นที่ต้องเอาภัตตาหารห่อใบไม้ส่งต่อ ๆ กันเข้าไปถวาย ส่วนคนที่อยู่ไกลออกไปมาก ๆ จะส่งต่อ ๆ กันก็ไม่ทันใจ จึงใช้วิธีห่อภัตตาหารด้วยใบไม้โยนไปบ้าง ปาบ้าง เข้าไปถวายกันเป็นที่โกลาหล โดยถือว่าเป็นการถวายที่ตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแรงอธิษฐาน และอภินิหารแห่งพระพุทธองค์
          ภัตตาหารเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น เหตุนี้จึงเกิดประเพณี “ห่อต้ม” “ห่อปัด” ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงถึง

ความปิติยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชนได้อัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประเชทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่แหนกันไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยพุทธกาลมาแล้วและเมื่อมีพระพุทธรูปขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปยกแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์

 

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี    คุณประภาส อินทนปสาธน์ (ผู้อำนวยการสำนักงาน)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย

ธนาคารธนชาติ ที่สนับสนุนอุปกรณ์กันแดดและฝน

Targus อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเดินทาง

 
 
 
   
   
   
   
   
   
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.