วัดพัฒนาราม (หลวงพ่อพัฒน์ นารโท )

          วัดพัฒนาราม (หลวงพ่อพัฒน์ นารโท) ตั้งอยู่เลขที่ ๘๗/๑   ถนนหน้าเมือง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยพื้นที่ ๒๗ ไร่ ทิศเหนือจรดถนนพัฒนาราม ทิศใต้จรดถนนหน้าเมือง ทิศตะวันออกจรดถนนสาธารณะ ทิศตะวันตกจรดคูเมือง พระประธานปางสมาธิ

           คุณธนวัฒน์ ภูสิตธวัช บก.นสพ.สุราษฎร์ทูเดย์เล่าว่า บริเวณวัดพัฒนารามจะเรียกว่าตลาดล่าง ชาวบ้านจะเรียกวัดพัฒนารามว่า “ วัดใหม่ ” โดยมีหลวงพ่อพัฒน์ เป็นอดีตสมภารเจ้าของที่วัดนี้ และเป็นเกจิชื่อดังของสุราษฎร์ธานีที่หลายคนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างดี

           ประวัติของหลวงพ่อพัฒน์ เดิมเป็นคนคลองสะบ้าย้อย และเติบโตในตลาดล่างเป็นลำดับ ต่อมาได้ไปบวชอยู่ที่วัดพระโยคซึ่งห่างจากวัดใหม่นี้ประมาณ 10 เมตร แต่ก่อนวัดใหม่ยังเป็นพื้นที่ป่าช้า หลวงพ่อพัฒน์ก็ได้อาศัยพื้นที่ป่าช้าแห่งนี้เป็นที่จำพรรษา นอน นั่งวิปัสสนา จนมีการบุกเบิกพื้นที่ป่าช้าเป็นที่มาของชื่อ “ วัดใหม่”

           หลวงพ่อพัฒน์ จากคำเล่าลือของคนโบราณ ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าบอกต่อกันมาคือ ท่านมีความเชี่ยวชาญ และชำนาญเช่นยารักษาโรค ท่านได้ศึกษาเรื่องตำรายาโบราณมาเป็นอย่างดี อีกทั้งมีอุปกรณ์การปรุงยา ครกบดยา และอื่น ๆอีกมากมาย ในปัจจุบันได้ปรับปรุงกุฏิของหลวงพ่อพัฒน์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาอุปกรณ์ให้คนได้เข้าชมไปแล้ว

           อีกเรื่องหนึ่งตามคำบอกเล่าถึงหลวงพ่อพัฒน์เป็นผู้ศึกษาเรื่องกษินไฟ ซึ่งหลายคนได้เคยพบเห็นมาแล้วกับบริเวณรอบวัด เรื่องมหัศจรรย์ที่มีคนเคยพบเห็นคือหลวงพ่อพัฒน์เคยใช้มือลูบหัวช้างที่กำลังคลั่งจนหยุด หรือแม้ช่วงที่น้ำท่วมบ้านดอนก็ยังมีคนเห็นหลวงพ่อพัฒน์เดินบิณฑบาตบนผิวน้ำ ล้วนเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจกับภาพที่ได้พบเห็นยิ่งนัก

           จะพูดถึงเมื่อหลวงพ่อพัฒน์ได้ละสังขารลง ต่างจากเกจิรูปอื่น ๆที่ได้พบ คือท่านนั่งสมาธิแล้วละสังขารไปเลย และท่านได้บอกล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว 7 วัน ให้คนสนิทในตระกูลถิรวัฒน์เป็นผู้ดูแล เพราะเมื่อก่อนตระกูลถิรวัฒน์จะเป็นผู้อุปฐากหลวงพ่อพัฒน์และวัดพัฒนารามแห่งนี้ ก่อนที่หลวงพ่อพัฒน์จะมรณภาพ ท่านได้สั่งคนที่ดูแลท่านคือพ่อของคุณลุงประหยัด ถิรวัฒน์ไว้ว่าอย่ายุ่งกับสังขารท่านในขณะที่ท่านนั่งสมาธิ จนกว่าเทียนจะดับแล้วท่านจะกลับมาเอง

            และในช่วงนั้นท่านได้ละสังขารไปแล้วแต่ยังกลับมาได้จริง ๆตามที่ท่านสั่งไว้ และถ้าท่านหมดบุญเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงเทียนจะดับจึงให้เก็บสังขารท่านไว้และก็เป็นไปตามที่ท่านบอกไว้ คือท่านละสังขารในท่านั่งสมาธิก็ได้เก็บท่านไว้ในท่านั่งสมาธิ

           หลังจากนั้นไม่นานหลวงพ่อพัฒน์ได้ไปเข้าฝันแก่โยมท่านหนึ่ง บอกว่าที่สังขารท่านมีแมลงสาบมาอยู่เยอะมากให้ช่วยหาคนเอาสังขารท่านออกมาดูแลหน่อย ชาวบ้านก็นำมาปฏิบัติจึงพบเหตุการณ์ตามที่ท่านบอก ก็พบว่าไม่พบความเน่าเปื่อยในสังขารท่านแต่อย่างใด ต่อมามีการสร้างมณฑปจึงนำสังขารท่านไปไว้ในมณฑปให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะ

           ท่านพระครูพิศาลพัฒนานุกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพัฒนาราม พระอารามหลวง (ชาวบ้านจะรู้จักในนาม พระอาจารย์ขาว) แสดงภาพหลวงพ่อพัฒน์เมื่อครั้งท่านมรณะภาพด้วยท่านั่งสมาธิ เป็นภาพเก่าแก่ที่หาดูได้ยากมาก คือสภาพร่างกายที่แข็งกลายเป็นหิน เมื่อตอนมรณภาพในปี 2485 อายุได้ 70 ปี เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก รวม ท่านยังบอกถึงภายในผนังโบสถ์ยังมีภาพวาดประวัติพระพุทธเจ้า เรื่องราวธรรมมะ และเล่าเรื่องความเป็นอยู่ของคนในสมัยก่อน ทั้งฝรั่ง แขก ไทย จีนที่อยู่รวมกันอย่างมีความสุข

 

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี    คุณประภาส อินทนปสาธน์ (ผู้อำนวยการสำนักงาน)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย

ธนาคารธนชาติ ที่สนับสนุนอุปกรณ์กันแดดและฝน

Targus อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเดินทาง

 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
 
 
หน้าแรก ชวนเที่ยว ชวนชิม ชวนชม ชวนคุย ประชาสัมพันธ์ สาระธรรม เชิงอนุรักษ์ บันเทิง
 
copyright©2010 www.kaomadoo.com All rights reserved.